title
สำนักงานทางหลวงที่ 9
Office of Highways 9
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2564

วันนี้ (28 กรกฏาคม 2564) นายชยุธ โลหกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) มอบหมายให้ นายสมจินต์ นิยมพันธ์ วิศวกรเครื่องกลชำนาญการ นำทีมข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงที่ 9 (อุบลราชธานี) เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ตามโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2564 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี บำเพ็ญประโยชน์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ป่าสงวนแห่งชาติป่าสีสุก บ้านอีต้อม ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่รวม 20 ไร่
title
วันที่ 24 , 25 และ 28 กรกฎาคม 2564 กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง

วันที่ 24 , 25 และ 28 กรกฎาคม 2564 กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง  การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ รวม 3 สายทาง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 19 ด่าน ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 31 ด่าน ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน ในวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2564 (วันอาสาฬหบูชา) วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564 (วันเข้าพรรษา) และวันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2564 (วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. จำนวน 3 วัน ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID 19 กทพ. ได้จำกัดการให้บริการทางพิเศษทุกด่านฯ ทุกสายทาง เว้นแต่รถที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนด ระหว่างเวลา 21.00 น.- 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น มาตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 และได้ขยายเวลาต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ทั้งนี้ กทพ.ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ทางพิเศษอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน หรือหากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทาง ควรสมัครใช้บัตร Easy Pass เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค รวมถึงใช้บริการเติมเงิน ในบัตร Easy Pass ผ่าน Application ของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้วยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อ COVID-19 ได้อีกด้วย  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543
title
กรมทางหลวง เปิดแบบ “ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา” ขนาด 6 ช่องจราจรพร้อมทางแยกต่างระดับ 8 แห่ง

กรมทางหลวง เปิดแบบ “ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา” ขนาด 6 ช่องจราจรพร้อมทางแยกต่างระดับ 8 แห่ง เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ตะวันออกรองรับEEC กรมทางหลวง ได้ดำเนินการโครงการสำรวจและออกแบบโครงข่ายสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ภาคตะวันออก ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานครตามแนวถนนสุวินทวงศ์ (ทล.304) ถึงตัวเมืองฉะเชิงเทราไปสู่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีทางหลวงสายสำคัญที่ตัดผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา คือ ทางหลวงหมายเลข 304 ทางหลวงหมายเลข 3200 ทางหลวงหมายเลข 314 และทางหลวงหมายเลข 315 เนื่องจากการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบเป็นย่านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ทำให้ยานพาหนะขนาดใหญ่ที่เดินทางระหว่างจังหวัดหรือภูมิภาค ที่ใช้เส้นทางนี้ผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความแออัดขึ้นในการสัญจรย่านเขตเมือง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง กรมทางหลวงจึงมีแนวคิดที่จะก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในเขตตัวเมืองและเส้นทางเชื่อมโยง ช่วยส่งเสริมโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทางถนนของจังหวัดฉะเชิงเทราให้มีความสมบูรณ์ ทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเพื่อรองรับการขนส่งโลจิสติกส์ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยงบประมาณเบื้องต้นสำหรับการดำเนินการโครงการฯ ดังกล่าว ประมาณ 33,200 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าก่อสร้างประมาณ 23,500 ล้านบาท และค่าเวนคืนประมาณ 9,700 ล้านบาท ลักษณะโครงการเป็นวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทรา ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร รูปแบบเป็นทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณทางหลวงหมายเลข 304 (สุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา) บริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 365 (แยกสตาร์ไลท์) โดยพื้นที่ที่แนวเส้นทางพาดผ่าน ประกอบด้วยพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอคลองเขื่อน อำเภอบางคล้า และอำเภอบ้านโพธิ์ โดยในช่วงที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียด เป็น 3 ตอน ดังนี้1. ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา (ด้านเหนือ) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 304 (ประมาณ กม.63+712) บริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 365 (แยกสตาร์ไลท์) และสิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 304 (ประมาณ กม.82+200) ซึ่งจะเป็นโครงข่ายเชื่อมระหว่าง ตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล้า 2. ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา (ด้านใต้) ส่วนที่ 1 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 304 (ประมาณ กม.82+200) และสิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 314 (ประมาณ กม.14+800) ซึ่งจะเป็นโครงข่าย เชื่อมระหว่าง ตำบลสาวชะโงกอำเภอบางคล้า และตำบลคลองประเวศ อำเภอบ้านโพธิ์ 3. ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา (ด้านใต้) ส่วนที่ 2 ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 314 (ประมาณ กม.14+800) และสิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข 304 (ประมาณ กม.63+712) บริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 365 (แยกสตาร์ไลท์) ซึ่งจะเป็นโครงข่ายเชื่อมระหว่าง ตำบลคลองประเวศ อำเภอบ้านโพธิ์ และตำบลวังตะเคียน อำเภอเมืองฉะเชิงเทราที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดสายทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา โดยโครงการมีจุดตัดกับโครงข่ายทางหลวงในบริเวณต่างๆ ซึ่งได้พิจารณาออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับไว้ทั้งหมด จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย1. บริเวณจุดตัดทางหลวง หมายเลข 365 (ทางแยกต่างระดับท่าไข่) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 365 ขนาด 3 ช่องจราจร และออกแบบสะพานเลี้ยวขวา ขนาด 1 ช่องจราจร โดยจัดการจราจรบริเวณพื้นราบให้มีจุดกลับรถใต้สะพาน และจุดกลับรถในแนวทางหลวงหมายเลข 3652. บริเวณจุดตัดทางหลวง หมายเลข 3200 (ทางแยกต่างระดับบางขวัญ) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 3200 และข้ามทางรถไฟ ขนาด 6 ช่องจราจร ทางเชื่อมแบบเลี้ยววน (Loop ramp) ขนาด 2 ช่องจราจร สะพานเชื่อมทางหลวงหมายเลข 3200 ขนาด 1 ช่องจราจร และสะพานเชื่อมแยกออกจากทางหลวงหมายเลข 3200 ขนาด 1 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบมีจุดกลับรถใต้สะพาน3. บริเวณทางแยกทางหลวงหมายเลข 304 (ทางแยกต่างระดับเสม็ดใต้) ออกแบบเป็นสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 304 ขนาด 6 ช่องจราจร ทางเชื่อมแบบเลี้ยววน (Loop ramp) จำนวน 2 ช่องจราจร และทางเชื่อมแบบวนกึ่งตรง (Semi - directional ramp) จำนวน 2 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบมีจุดกลับรถใต้สะพาน4. บริเวณทางแยกทางหลวงหมายเลข 315 (ทางแยกต่างระดับหนองบัว) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 315 และทางรถไฟสายฉะเชิงเทรา - สัตหีบ (เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน) ขนาด 6 ช่องจราจร และสะพานทางเชื่อม การจราจรพื้นราบมีจุดกลับรถใต้สะพาน5. บริเวณทางแยกทางหลวงหมายเลข 314 (ทางแยกต่างระดับประเวศ 1) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงหมายเลข 314 ขนาด 6 ช่องจราจร ทางเชื่อมลักษณะเลี้ยววน (Loop ramp) ขนาด 1 ช่องจราจร และสะพานยกระดับแบบทางเชื่อมวนกึ่งตรง (Semi-directional ramp) ขนาด 1 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบมีจุดกลับรถใต้สะพาน6. บริเวณจุดตัดทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 (ทางแยกต่างระดับประเวศ 2) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 ขนาด 2 ช่องจราจร และสะพานข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ ขนาด 6 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบมีจุดกลับรถใต้สะพาน7. บริเวณจุดตัดทางหลวงชนบทสาย ฉช.2004 (ทางแยกต่างระดับบางเตย) ออกแบบสะพานยกระดับข้ามทางหลวงชนบทสาย ฉช.2004 ขนาด 6 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบเป็นวงเวียน8. บริเวณทางแยกทางหลวงหมายเลข 304 (ทางแยกต่างระดับวังตะเคียน) ออกแบบสะพานยกระดับในแนวทางหลวงหมายเลข 304 ข้ามทางเลี่ยงเมือง ขนาด 3 ช่องจราจร และออกแบบทางลอด ลอดใต้ทางหลวงหมายเลข 304 ขนาด 4 ช่องจราจร การจราจรพื้นราบเป็นวงเวียนนอกจากนี้ ในโครงการยังมีสะพานข้ามทางรถไฟ จำนวน 3 แห่ง โดยก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟสาย กรุงเทพฯ -ฉะเชิงเทรา จำนวน 2 แห่ง และสะพานข้ามทางรถไฟ สายฉะเชิงเทรา – อรัญประเทศ จำนวน 1 แห่ง และมีสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จำนวน 2 แห่ง ทั้งนี้ สถานะปัจจุบันของโครงการทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้ ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และสำหรับโครงการทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านเหนือ นั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 หลังจากนี้กรมทางหลวงจะดำเนินการในขั้นตอนการจัดทำข้อมูลเพื่อเตรียมการ ในการขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินประมาณ ปี 2565 - 2566 ทั้งนี้หากโครงการได้ดำเนินการในขั้นตอนการเวนคืนที่ดินแล้ว กรมทางหลวงจะดำเนินการเสนอของบประมาณดำเนินการก่อสร้างต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ประมาณ ปี 2567 แล้วเสร็จ ปี 2570 #กรมทางหลวง#กระทรวงคมนาคม#สายด่วนกรมทางหลวง1586#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง